รับลงโฆษณาออนไลน์

บริการ รับลงโฆษณาออนไลน์ และวางแผนรับลงโฆษณาออนไลน์ ด้วยประสบการณ์ด้านสื่อโฆษณากว่า 20 ปี เรามุ่งหวังที่จะตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เกิดความพอใจสูงสุด ด้วยงบประมาณที่คุ้มค่าตรงกลุ่มเป้าหมายผ่านการรับลงโฆษณาออนไลน์ พร้อมสื่อโฆษณายอดนิยม Google, Facebook, Youtube, Instagram เป็นต้น
.
1.รับลงโฆษณาออนไลน์ บนหน้า Google Search (SEM)
สื่อโฆษณาจะแสดงบนหน้า Google Search เป็นหลักโดยแสดงตาม "คีย์เวิร์ด" ที่กำหนดข้อความลงโฆษณาออนไลน์ของคุณจะแสดงบนหน้าแรก Google Search

เน้นเพิ่มยอดขายเลือก ลงโฆษณาออนไลน์บน Google Search
-ลงโฆษณาออนไลน์บนหน้าแรก google
-เจาะกลุ่มคนด้วยคีย์เวิร์ด
-ไม่จำกัดคีย์เวิร์ดในการลงโฆษณาออนไลน์
-เลือกจังหวัด และวันเวลาการแสดงโฆษณาออนไลน์
-แสดงโฆษณาออนไลน์บนมือถือ พร้อมเบอร์โทรศัพท์

จุดเด่น
ลงโฆษณาออนไลน์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่กำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด สามารถกำหนดพื้นที่แสดงโฆษณาออนไลน์ และวันเวลา เสียค่าลงโฆษณาออนไลน์เมื่อมีการคลิกที่สื่อโฆษณาเท่านั้น
2.รับลงโฆษณาออนไลน์บน Google Display Network (GDN)
ลงโฆษณาออนไลน์ บนหน้าเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับ Google ทั้งเว็บไซต์ต่างประเทศและเว็บไซต์ไทย เพราะเว็บไซต์พันธมิตรเหล่านี้ มีผู้เข้าชมต่อวันเป็นจำนวนมาก เป็นการทำ Mass Marketing เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ในเวลาอันรวดเร็ว

จุดเด่น
ของการลงโฆษณาออนไลน์สามารถแสดงบนหลายเว็บไซต์ในเวลาเดียวกัน เสียค่าลงโฆษณาออนไลน์เมื่อมีการคลิกเท่านั้น สามารถบังคับให้โฆษณาออนไลน์ไปแสดงในกลุ่มคนที่ต้องการ เช่น เพศ ช่วงอายุ จังหวัด
.
3.รับลงโฆษณาออนไลน์ด้วย Google Remarketing
คือการลงโฆษณาออนไลน์ติดตามผู้ที่เคยเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ โดยสื่อโฆษณาออนไลน์จะติดตามไปแสดงเมื่อเขาเหล่านั้นเข้าไปในเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับ Google ซึ่งเป็นการตอกย้ำแบรนด์ของคุณให้เป็นที่จดจำของลูกค้า และช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณเพื่อทำการซื้อสินค้าหรือบริการ
Google Remarketing
- ลงโฆษณาออนไลน์ติดตามลูกค้าที่เคยเข้าเว็บไซต์ของคุณ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
- สร้างแบรนด์ให้ติดตา
- ลงโฆษณาออนไลน์ด้วยข้อความหรือภาพสวยๆ
- ตั้งงบลงโฆษณาออนไลน์ได้ต่อวัน
- เสีนค่าลงโฆษณาออนไลน์เมื่อมีคนคลิกเท่านั้น

จุดเด่น
ตอกย้ำแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว โฟกัสไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสซื้อสูง เสียค่าลงโฆษณาออนไลน์เมื่อมีการคลิกเท่านั้น
.

รับลงโฆษณาเฟสบุ๊ค

Facebook PAGE LIKE เพื่อกระตุ้น traffic จอง page



Facebook BOOST POST
เผยแพร่เนื้อหา รูปภาพ และ VDO Clip ที่เชิญขวนคนไปร่วมงาน ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ ในวงกว้าง



Boost post
เป็นรูปแบบการลงโฆษณาออนไลน์รูปแบบหนึ่งใน Facebook ซึ่งช่วยให้โพสของเราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่อยู่นอกเหนือจากผู้ติดตามของเพจเราได้ และการ Boost post จะช่วยให้โพสมี Engagement ที่สูงขึ้น (Like, Share, Comment) หลายๆคนมักจะเข้าใจว่าการลงโฆษณาออนไลน์ใน Facebook ก็คือการ Boost post แต่จริงๆแล้วมันเป็นเพียง Objective (รูปแบบลงโฆษณาออนไลน์) อย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมี Objective ในการ ลงโฆษณาออนไลน์อีกมากมายให้เลือกเช่น Click to website, Page Likes, Video Views

Facebook CAROUSEL
ดึงดูดสายตาและช่วยในการรับรู้แบรนด์ได้ดียิ่งขึ้นการเปิดให้ผู้ลงโฆษณาออนไลน์สามารถลงภาพหลายๆ ภาพและใส่ลิงก์ได้ใน 1 โฆษณา ซึ่งก็จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ลงโฆษณาออนไลน์สามารถสร้างสรรค์รูปแบบการนำเสนอได้ไม่ใช่แค่การลงรูปเพียงรูปเดียว



Facebook CLICK TO WEBSITE
โฆษณาออนไลน์จะแสดงบนด้านขวาและตรงกลางเพจของหน้า Facebook โดยโฆษณาออนไลน์จะแสดงตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้โฆษณาออนไลน์แสดง เช่น เพศ, ช่วงอายุ, จังหวัด, หรือเจาะลึกลงไปในหัวข้อที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ เช่น จักรยาน, แฟชั่น, มือถือ, นักศึกษา, พนักงานออฟฟิศ เป็นต้น

คำศัพท์ต้องรู้ ก่อนลงโฆษณาออนไลน์บน Facebook
Engagement คำว่า Engagement เป็นคำที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในแวดวงการตลาดซึ่งมันคือการที่ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมจนเกิดความผูกผันกับแบรนด์ แต่ถ้าพูดในบริบทของการลงโฆษณาออนไลน์บน Facebook แล้วคำว่า Engagement คือการกระทำทุกอย่างของกลุ่มเป้าหมาย (กลุ่มคนที่เห็นโฆษณา) ไม่ว่าจะเป็น (Like, Share, Comment) ที่เกิดขึ้นกับตัวโฆษณาออนไลน์
Reach : จำนวนคนที่เห็นโฆษณาออนไลน์หรือโพสของเรา (จำนวนที่โฆษณาของเราเข้าถึง)
Paid Reach : คือจำนวนคนที่เห็นโฆษณาออนไลน์ ด้วยการจ่ายเงิน เป็นการเข้าถึงผู้ใช้แบบจ่ายเงิน
Organic Reach : คือจำนวนคนที่เห็นโฆษณาออนไลน์ของเรา โดยที่เราไม่ต้องจ่ายเงินออกไปเลย เป็นการเข้าถึงผู้ใช้แบบธรรมชาติ
Carousel : หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Multi product Ads เป็นโฆษณาออนไลน์รูปแบบที่จะรวมเอารูปภาพหลายๆภาพมาไว้ในโฆษณาชิ้นเดียวกัน และผู้ใช้สามารถที่เลื่อนเพื่อดูภาพถัดไปได้
Landing page: คือหน้าเพจที่จะโพล่ขึ้นมาหลังจากผู้ใช้คลิกที่โฆษณา (ผู้ใช้คลิกที่โฆษณาแล้วไปโพล่ที่หน้าไหน หน้านั้นเรียกว่าเป็น Landing page)
Impression : จำนวนครั้งทั้งหมดที่โฆษณาออนไลน์ถูกโหลดขึ้นมาแสดง ตรงนี้จะแตกต่างกับ Reach ซึ่งมือใหม่หลายๆคนมักจะเข้าใจผิด Impression ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ Reach เพราะหนึ่งคนสามารถเห็นโฆษณาออนไลน์ได้หลายครั้ง
Clicks (All) : จำนวนการคลิกทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการคลิกที่ส่วนใดของโฆษณาออนไลน์ก็ตามจะนับเป็นคลิกทั้งหมด กดไลค์ก็ถือว่าเป็นคลิกเช่นกัน
Link Clicks :จำนวนการคลิกจากโฆษณาออนไลน์ที่นำพาผู้ใช้ออกจาก Facebook ไปยังเว็บไซต์ภายนอก Link Clicks จะแตกต่างจาก Clicks (All) คือจะนับเฉพาะคลิกที่นำพาผู้ใช้ไปยังหน้า Landing page อื่นๆที่อยู่นอก Facebook เท่านั้น ไม่ได้นับรวม Click ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
CTR(All) : คือจำนวน Clicks (All) ทั้งหมดหารด้วยจำนวน Impression ทั้งหมด ยิ่ง CTR มีค่าเยอะยิ่งแสดงว่าโฆษณาออนไลน์สามารถดึงดูดให้ผู้ใช้คลิกได้มาก(มี Engagement สูง) แต่ถ้า CTR มีค่าน้อยแสดงว่าโฆษณาออนไลน์อาจจะยังไม่โดนใจหรือยังไม่ดึงดูดมากพอที่ผู้ใช้จะคลิก (มี Engagement ต่ำ)
Frequency :จำนวนครั้งทั้งหมดที่ผู้ใช้เห็นโฆษณาออนไลน์ของเรา เช่นเห็นโฆษณาครั้งแรกตอน 9 โมงเช้าหลังจากนั้นผู้ใช้คนเดิมเห็นโฆษณาออนไลน์อีกครั้งตอนบ่าย 2 และมาเห็นอีกครั้งตอน 3 ทุ่มในกรณีนี้ Frequency จะเท่ากับ 3 คือเห็นโฆษณาออนไลน์ทั้งหมด 3 ครั้ง
CPM : คือราคาโฆษณาต่อ 1,000 Impression (ราคาต่อการแสดงโฆษณา 1 พันครั้ง)
CPC : คือราคาโฆษณาต่อ 1 Click (ราคาต่อการคลิกที่โฆษณา 1 ครั้ง)
.

รับลงโฆษณายูทูบ

ลงโฆษณาออนไลน์บน YouTube เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ สร้างแบรนด์ผ่านสื่อวีดีโอออนไลน์
ต้องยอมรับว่าสื่อวีดีโอออนไลน์หรือคลิปโฆษณาเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากในปัจจุบันซึ่งไอทีมีบทบาทมากกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคการใช้วีดีโอออนไลน์ลงโฆษณาออนไลน์ทำให้ง่ายในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็ว และยังกระตุ้นให้ลูกค้าคลิกเข้ามาหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ หรือ แฟนเพจของคุณ

รูปแบบการให้บริการทำการตลาดออนไลน์โดยใช้ YouTube
1. True View In-Stream Ads เป็นการแสดงโฆษณา YouTube ของคุณก่อนแสดงวีดีโอ YouTube อื่นๆ ผู้ชมสามารถเลือกได้ว่าจะชมโฆษณาต่อหรือจะ skip เพื่อเข้าสู่วีดีโอ YouTube ที่ต้องการ


จุดเด่นดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้มากที่สุด สามารถอธิบายธุรกิจของคุณให้ง่าย และน่าสนใจมากขึ้น ผ่านคลิปวีดีโอ

ค่าใช้จ่ายถ้าความยาวของโฆษณา YouTube ของคุณยาวเกินกว่า 30 วินาที คุณจะเสียค่าโฆษณาเมื่อผู้ชมดูวีดีโอ YouTube ของคุณ 30 วินาทีขึ้นไปแต่ถ้าความยาวของน้อยกว่า 30 วินาที คุณจะเสียค่าโฆษณาเมื่อวีดีโอ YouTube ของคุณถูกแสดงจนจบ

2. YouTube Overlay Adsเพื่อที่จะสร้าง Brand Awareness โดยใช้ภาพแบนเนอร์โฆษณาออนไลน์ แสดงบนวีดีโอ YouTube เป็นที่นิยมของนักการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันเพราะสามารถทำ mass marketing ได้ในเวลาที่รวดเร็ว โดยไม่ต้องสร้างวีดีโอโฆษณา เพียงแค่สร้างภาพแบนเนอร์ และนำไปแสดงบนวีดีโอYouTube ที่เป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย


จุดเด่นสร้างแบรนด์ธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องมีคลิปวีดีโอ YouTube

3. YouTube Video Discoveryเป็นการลงโฆษณาออนไลน์ บนหน้า YouTube Search ใต้กล่องคำค้นหา หรือ แสดงโฆษณาในรูปแบบวีดีโอแนะนำ ทางด้านขาวมือของ YouTube


จุดเด่นสร้าง Brand Awareness กระจายไปในกลุ่ม YouTube ต่างๆ ค่าใช้จ่าย: เสียค่าโฆษณาเมื่อมีผู้คลิกเข้าชมโฆษณา YouTube ของคุณ

4. YouTube Under Video Adเป็นการแสดงโฆษณาบนพื้นที่ใต้วีดีโอ YouTube โดยแสดงเฉพาะบนมือถือ และแท็บเล็ต เมื่อคลิกที่โฆษณา สามารถลิงค์ไปที่เว็บไซต์, เฟสบุ๊คเพจ หรือ วีดีโอ YouTube

จุดเด่นลงโฆษณาออนไลน์โดดเด่น เจาะกลุ่มผู้ใช้มือถือ กระจายตามกลุ่ม YouTube ต่างๆ

ค่าใช้จ่ายเสียค่าโฆษณาเมื่อมีผู้คลิกเข้าชมโฆษณาออนไลน์ YouTube ของคุณ
.
Viral คือการทำการตลาดแบบบอกต่อนั่นเอง ข้อมูลที่ส่งต่อกันไปจึงมีความน่าเชื่อถือ มากกว่าการลงโฆษณาออนไลน์ในรูปแบบธรรมดา เมื่อสร้างกระแสตอบรับได้ดีย่อมส่งผลต่อแบรนด์สินค้านั้นได้อย่างมาก
.